ความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับ “อาเซียน”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  Thomson Reuters เชิญผมไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในงาน “ASEAN Integration Summit 2015” ที่สิงคโปร์  หลังจากผมได้เขียนบทความเรื่องนี้ลงในบล็อก  ผมจึงสรุปประเด็นสำคัญที่ได้ไปพูดคุยในวันนั้นมาแบ่งปันกัน

Thai

นักพัฒนาระบบมือดี หาที่ไหน?

ข้อผิดพลาดที่บรรดาธุรกิจเกิดใหม่และบริษัทใหญ่ ๆ มักจะทำเหมือน ๆ กันคือการหานักพัฒนาระบบที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือคนที่เคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง 

พวกเขาต่างก็ติดกับดักแบรนด์เนม

 

ไม่ว่าจะบริษัทใหญ่ ๆ หรือมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่างก็ไม่ได้สร้างขึ้นเพราะความสามารถพิเศษด้านวิศวกรรม แต่เกิดจากความสมหวังตามความมุ่งมาดปรารถนาของตนเอง:

“ฉันยิ่งใหญ่ และคนอื่นก็เห็นเช่นเดียวกัน และฉันจะยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้”

Google และบริษัทอื่น ๆ ได้พบว่านักพัฒนาระบบที่ดี เป็นเรื่องเดียวกันกับ :

• การทำงานเป็นทีม (ฉันไม่กังวลที่จะต้องเปิดเผยโค้ดของฉันให้โลกรู้)

• ความเฉลียวฉลาด (ฉันรักการเรียนรู้สิ่งใหม่) และ

• การมุ่งหน้าสู่จุดที่สูงขึ้นไปโดยมีทีมชั้น “เลิศ” (ฉันเก่งขึ้นได้เพราะเพื่อนร่วมทีมผลักดัน)

ผมคิดว่าคนที่เคยทำงานในโครงการ open source ที่ได้รับความนิยม เคยทำงานในบริษัทที่ปรึกษา / ธุรกิจเกิดใหม่ หรือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดสำหรับงานนี้  

เพราะคุณจะได้ทั้งความมุ่งมั่น การทำงานเป็นทีม และความมีทักษะ!

อักเซล วินเทอร์ (aw@axelwinter.com)

ความเห็นส่วนตัว

Thai

ประเทศไทยต้องมีประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดกระบวนการแปลงผันข้อมูล

เรียนคณะรัฐบาล 

ผมทราบว่ามีหลายฝ่ายกระตือรือล้นที่จะให้คำปรึกษาแก่ท่านในทุก ๆ เรื่องเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่บางครั้งก็ให้ความเห็นที่อาจจะดูแปลก  ผมเองมีโอกาสได้มาทำงานในแถบเอเชียและในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2536  ซึ่งผมจะค่อนข้างระมัดระวัง และทำความเข้าใจกับประเด็นต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน จากหลากหลายมุมมอง ก่อนที่จะให้ความเห็น  ภูมิหลังทางอาชีพของผมมุ่งเน้นไปในเรื่องการแปลงผันข้อมูลของบริษัทไทย หน่วยงานราชการ หรือองค์กรที่คล้าย ๆ กันในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ปี 2536 

Thai

การปฏิรูปองค์กร และ การแปลงผันข้อมูล

logo

ธุรกิจการให้บริการทางการเงินกำลังเปลี่ยนแปลง และก็ถูกก่อกวนเหมือนที่เกิดขึ้นในธุรกิจอื่นจาก
  • การเกิดขึ้นของ FinTech (บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้บริการทางการเงิน)
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ผู้ให้บริการการเงินแบบเดิม ๆ เช่น ธนาคาร  ที่มักจะเปลี่ยนแปลงช้า ๆ  แต่ก็กำลังตื่นตัว
  • ลูกค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
  • ระบบการจ่ายเงิน แต่ก็ถูกกีดขวางจากนวัตกรรมสุดโต่ง
  • การค้าขายที่ตลาดมีสภาพคล้ายกับ b2b ในช่วงปี 2000/2001
Thai

Digital Agenda making old Corps sexy!

logo
Financial Services are changing and like other industries are slowly being disrupted

  • FInTech Startups

  • Mobile Operators

  • Traditional players like banks, changing too slowly but are waking up

  • Client and products are being disrupted

  • Payments, but are hindered but too much innovation

  • Trade, but similar to 2000/2001 b2b marketplaces

English

Ubuntu Linux on the desktop in the Enterprise

2006

In 2006 I was the Head of Global Banking Technology and CTO for Thailand at GE Capital. Part of my job was — and still is — to understand different technologies and see how these could be used in a corporate context.

One question was/is always around optimizing and driving productivity around the desktop. Is there a better way for users? Can we increase the productivity for provisioning and users? Can we better reuse older hardware or adopt new technologies differently?

I tried to install Ubuntu Linux on my work Laptop. At the time, it was more difficult than nowadays, as many hardware vendors produce drivers only for MS Windows. Yet it did work and was rather refreshing. In effect all features worked almost out of the Box: Integration into Active Directory, E-Mail App linking into Exchange, and OpenOffice as productivity suit.

This followed by segmenting the user base across the firm and based upon the categorization (low end, medium, and power users), we would deploy OpenOffice (free and open source productivity suit), to all users with limited users. We had low end users, who would only get a thin client or older hardware with thin operating systems like Linux, Wyse, etc. on it. The user would use all applications through a web browser – inclusive email, if any were given.

Naturally, we would create local language documentation and online training. This was a relatively easy and very effective way of ‘upgrading’ users. Stability of desktops, security threats, and updates were all easier to do – customer image generation was also very easy to setup.

2015

At Cisco Systems, one can choose between Windows, MacOS, or Linux OS. Self service support would be given based on Wiki’s and user groups. It worked very successful, as I was able to see a lot of staff adopting MacOS in the self service mode, even staff not familiar with tools and configurations.

Right now, I am still experimenting!

I am using Macintosh equally at home – MacMini and a MacBookPro. MacOS has a wide range of applications and I prefer using Apple’s Office Suite – iWorks (Pages, Numbers, Keynote) over MS Office, as it also integrates well with my iPad and iPhone.

On top, I am using a PC with Ubuntu Desktop Linux installed, to have a playground for multiple applications and better understanding of technologies — visualizations, Big Data, Big Analytics, etc.

Across the different technologies areas, a lot of technology innovation comes out of the open source world (Java, Service, Big Data, Operating Systems, etc.) and are often absorbed by software firms. From that perspective it is good, to have an opportunity to try out these open source packages, as well as, reading up on the community pages. It gives deeper insights and allows for better business decisions (regardless whether these are circulating across open source or commercial source).

My key requirement is a sandbox like computer environment I can experience new technologies with it, to input into my professional life.

So I downloaded the Ubuntu Linux Operating System, followed an guide on the same web site to create a Bootable USB Drive — a small Windows app does this — and booted my Desktop with it. It took 20 Minutes and my Computer had Ubuntu installed and all working.

I actually like working on Ubuntu a lot. It is very fast and has a very good app store. All the application I need are free.

Key applications are Chrome Browser, Firefox, Skype, Spotify, Steam (the gaming platform), PyCharm (Pythong development environment), Twitter client, Picture tool, Visualisation tool (VirtualBox), Open Office/Libre Office free suite and integrated OS Tools (Picture Viewer, Chat, EMail, Movie player, etc.).

Cloud providers are having a set of tools, to allow integration with DropBox, Google Drive, and of course browser based access of Google Apps, and Apple’s iCloud (with Apple’s Office Apps in the cloud). Given that I am using privately Apple and Google Apps for a long time, I don’t have the migration issues with moving files or changing applications.

Business applications should either be browser based or run as apps on Android or iOS or all of this together. Linux runs on most Desktop and Laptop hardware. It is easy and efficient on old hardware. Integration into a mixed Microsoft, Apple, iOS, and Android environment is easy. Linux can integrate into the so called Microsoft Domain and Exchange servers and has Management tools.

I would highly recommend corporations to consider Linux on the Desktop and Laptop, to drive out cost and complexity.

A word on the Bring Your Own Desktop BYOD Strategies.

They often assume a Windows Desktop will be streamed via tools from a Service — a window on your desktop which in effect acts as a remote sandbox for business applications. For the amount of money that takes, I would strongly feel a Google Apps, OpenOffice, and Browser access combo would drive more efficiency for less cost.

Just giving a different point of view.

English

กลยุทธ์การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำธุรกิจ

ในที่สุดก็มาถึงเวลาที่องค์กรจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยากเป็นอะไร ระหว่างการผลักดันยอดขายโดยปรับแผนการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเลือกเทคโนโลยี หรือจะ outsource โดยมีเป้าที่จะขาย (หรือมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น) Commodity!

CorporateDigital 2.001

นักพัฒนาระบบหรือหรือคนเขียนโปรแกรมในบริษัทที่เกือบจะโดน outsource ไปแล้วโดยสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงเทคนิคการตลาดที่ทำให้ดูดีเวลาออกสื่อ แต่นั่นกลับไม่ได้เป็นความสามารถพิเศษที่จะผลักดันให้เกิดสินค้าดิจิตอลได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เมื่อเราคิดถึงกลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจ เราจะพบคำถามใหม่ว่า:
แนวทางเข้าสู่ยุคดิจิตอลและเทคโนโลยีคืออะไร? 

คำตอบของคำถามนี้จะนำไปสู่กรอบการทำงานของทั้งองค์กร
คุณต้องเลือกกรงที่คุณชอบ!

เมื่อได้เลือกแนวทางและลงทุนไปกับมันแล้ว การจะเปลี่ยนใจไปอีกทางจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมากทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ผมเคยเห็นองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบสำคัญในการทำธุรกิจและต้องประสบกับภาวะล้มละลายมาแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา ไทย และสิงคโปร์

เราอยากมีความสามารถในการแข่งขันในระดับไหน
เราอยากจะแตกต่างขนาดไหน
ต้องลงทุนมากแค่ไหน แล้วมันจะคุ้มหรือ
เราพร้อมที่จะทุ่มกำลัง หรือปรับเปลี่ยนมากแค่ไหน
สำหรับธุรกิจของเรา การใช้สินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร  

รูปแบบธุรกิจ และความสามารถขององค์กรที่จะเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือก 

CorporateDigital 2.002

ไม่ว่าจะบริษัทแบบเดิม ๆ  หรือบริษัทตั้งใหม่ต่างก็ต้องเผชิญกับทางเลือกในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมักจะเป็นตอนที่ต้องเลือกเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการในระยะสั้น ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากเมื่อถูกกดดันจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป  คณะกรรมการบริษัทมักต้องเลือกแนวทางการใช้เทคโนโลยีโดยอิงอยู่กับรูปแบบการทำธุรกิจเดิม

ตามแผนภาพด้านบน การจะเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีจากแบบหนึ่งไปอีกแบบหนึ่งเป็นเรื่องเสียเวลามาก อาจจะหลาย ๆ ปี และจะมีผลกระทบไปถึงทักษะของคนทำงาน บุคคลากร กระบวนการทำงาน และค่าใช้จ่ายที่จะตามมา

เราอยากจะมีระบบดิจิตอลแบบไหนระหว่างแบบที่เหมือน ๆ กับคนอื่น แบบที่คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน  กับแบบที่มีสมรรถนะพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน?

คำตอบจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าอยากจะมีความแตกต่างระดับไหน ซึ่งก็จะมีเรื่องของระดับการพึ่งพาที่จะตามมาด้วย  ถ้าเราเลือกใช้อุปกรณ์และบริการแบบยกชุด ก็ต้องใช้ระบบที่ต้องอาศัยคนอื่นมาก แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องความยืดหยุ่น ต้นทุน และเวลาที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในตลาด นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องพึ่งพาคนนอก อาทิเช่น การหาหรือบริหารจัดการคนเก่ง การคิดวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ การจัดหาพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น  ซึ่งตามปกติองค์กรก็มักจะทำกรอบของเทคโนโลยี และแบ่งคำถามนี้ออกไปให้ส่วนงานต่าง ๆ ให้ช่วยกันตัดสินใจว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร!

In-house
Google กับ Facebook เลือกสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ซึ่งก็ผสานกับระบบปฏิบัติการ (Operating System)  Administrative Layer และ Application Layer ได้อย่างสมบูรณ์โดยอาศัยคนเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยมาก เขายังเปิดให้มี Open source และ free software ในจุดที่จะช่วยเสริมธุรกิจได้ เช่นเรื่องระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้มีชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นมาตรฐาน และเสริมคุณภาพการให้บริการที่เป็นลักษณะ commodity ได้ดีขึ้น

แนวทางแบบนี้ต้องมีการพัฒนาทักษะการทำงานภายในองค์กรอย่างมาก อาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และต้องมีความเข้าใจว่าจะนำเสนออย่างไร วิธีนี้ใช้เวลาน้อย และทีมก็มีขนาดเล็ก ในขณะที่แต่ละคนก็ต้องรับงานที่ลึกมาก

กลุ่มที่พัฒนาเองน้อย และใช้บริการจาก Vendor น้อย 

คนกลุ่มนี้ใช้เทคโนโลยีบ้างหรือเปล่า? มีแต่พวกธนาคารหรือเปล่า? ลองคิดถึงเทคโนโลยีที่คุณกำลังใช้!

คิดถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามซอยที่อาจจะไม่เคยฝันถึงสมาร์ทโฟน แต่ตอนนี้เขามีกันแล้ว ไม่แต่เท่านั้นเขายังใช้สมาร์ทโฟนมาช่วยจัดการงานของตัวเองให้ไปบริการได้ทั่วเมืองด้วย สำหรับพวกเขาแล้วนี่คือกำไร

เทคโนโลยี คือกุญแจของทุกคน

Outsourced
กลุ่มนี้จะ outsource งาน data center และงานบางกลุ่มออกไปอย่างเบ็ดเสร็จ อย่างเช่น ด้านบริหารงานบุคคล การเงิน การทำงานร่วมกันแบบ collaborate  ระบบ Email  ระบบ ERP หรืออาจจะมีแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจอื่นๆ เช่น บัตรเครดิต OSS หรือ BSS ในกรอบที่ผู้ขายสามารถจะปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับรูปแบบการทำธุรกิจที่มีอยู่ได้

เห็นได้ชัดว่าความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการทำงาน เวลา และคุณภาพงาน จะเป็นของผู้ให้บริการที่บริษัทเลือกใช้  อย่างไรก็ตาม บริษัทก็จะต้องรับสืบทอดคุณสมบัติของบริการที่ผู้ขายส่งมอบให้  ค่าใช้จ่าย เวลาที่ใช้ และความสามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการใช้งานก็จะอยู่ในกรอบที่บริษัทใช้ตัดสินใจเลือก อย่างเช่น AWS ที่สามารถเพิ่ม features การทำงานเข้าไปใน cloud platform ได้หลาย ๆ อย่างเป็นประจำทุกสัปดาห์

ภูมิทัศน์ของฝั่งผู้ขายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน 

นวัตกรรมมักจะเกิดในกลุ่มที่เป็น open source และชุมชนออนไลน์ ผู้ค้าก็ถูกผลักดันให้ต้องนำเสนอบริการ ส่วนกลุ่มที่ปรึกษาก็มักจะต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าด้วย สำหรับกลุ่มที่ยังต้องซื้อเทคโนโลยีก็มักจะเลือกบริการที่เป็นโภคภัณฑ์ (Commodity) ส่วนกลุ่มที่เป็น Open source ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มที่ใช้งานซับซ้อน มีทักษะสูง หรือในกลุ่มสินค้าที่เป็น vertical products

ทั้งลูกค้า และผู้ขายต่างก็เผชิญความท้าทายอย่างเดียวกันในการที่จะพัฒนาทักษะ คนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ทักษะแบบพื้นฐาน  ส่วนทักษะระดับสูงก็มักจะทำงานประสานกับคนอื่นได้ยาก  การจะจัดการและส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยใช้ Outsource หรือบริการจากบุคคลภายนอกเป็นเรื่องท้าทายพอ ๆ กับการจะพัฒนาเองในองค์กร  และนี่ก็เป็นเพียงความแตกต่างในรูปแบบการทำธุรกิจ

คนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในองค์กรแบบเดิมมักจะชินกับการซื้อ แต่ในบริษัทตั้งใหม่ก็มักจะเลือกใช้แบบที่สั่งตัดได้กันมากขึ้น

CorporateDigital 2.003

ผมเคยเห็นทั้งองค์กรแบบเดิม ๆ และบริษัทตั้งใหม่ที่มีแพลตฟอร์มที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด และก็ได้เห็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ซื้อระบบมา จ่ายเงินไปมหาศาล แต่ได้งานแบบไม่ได้มาตรฐานจากผู้ขาย ทั้งในระบบง่าย ๆ และระบบที่ต้องใช้เวลาทำงานข้ามปี

Cloud vendors สามารถจะทำลายความเชื่อเดิม ๆ เช่นนี้ เพราะในขณะที่เขาให้บริการสินค้าในแบบ commodity คือให้บริการทุกคนเหมือน ๆ กัน ก็ยังเพิ่มขีดความสามารถและคุณภาพของบริการได้ด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ซื้อที่จะลองพิจารณาเลือกใช้บริการแบบนี้

–ความเห็นส่วนตัว–

Thai