นักพัฒนาระบบมือดี หาที่ไหน?

ข้อผิดพลาดที่บรรดาธุรกิจเกิดใหม่และบริษัทใหญ่ ๆ มักจะทำเหมือน ๆ กันคือการหานักพัฒนาระบบที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือคนที่เคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง 

พวกเขาต่างก็ติดกับดักแบรนด์เนม

 

ไม่ว่าจะบริษัทใหญ่ ๆ หรือมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่างก็ไม่ได้สร้างขึ้นเพราะความสามารถพิเศษด้านวิศวกรรม แต่เกิดจากความสมหวังตามความมุ่งมาดปรารถนาของตนเอง:

“ฉันยิ่งใหญ่ และคนอื่นก็เห็นเช่นเดียวกัน และฉันจะยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้”

Google และบริษัทอื่น ๆ ได้พบว่านักพัฒนาระบบที่ดี เป็นเรื่องเดียวกันกับ :

• การทำงานเป็นทีม (ฉันไม่กังวลที่จะต้องเปิดเผยโค้ดของฉันให้โลกรู้)

• ความเฉลียวฉลาด (ฉันรักการเรียนรู้สิ่งใหม่) และ

• การมุ่งหน้าสู่จุดที่สูงขึ้นไปโดยมีทีมชั้น “เลิศ” (ฉันเก่งขึ้นได้เพราะเพื่อนร่วมทีมผลักดัน)

ผมคิดว่าคนที่เคยทำงานในโครงการ open source ที่ได้รับความนิยม เคยทำงานในบริษัทที่ปรึกษา / ธุรกิจเกิดใหม่ หรือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดสำหรับงานนี้  

เพราะคุณจะได้ทั้งความมุ่งมั่น การทำงานเป็นทีม และความมีทักษะ!

อักเซล วินเทอร์ (aw@axelwinter.com)

ความเห็นส่วนตัว

Thai

ประเทศไทยต้องมีประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดกระบวนการแปลงผันข้อมูล

เรียนคณะรัฐบาล 

ผมทราบว่ามีหลายฝ่ายกระตือรือล้นที่จะให้คำปรึกษาแก่ท่านในทุก ๆ เรื่องเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่บางครั้งก็ให้ความเห็นที่อาจจะดูแปลก  ผมเองมีโอกาสได้มาทำงานในแถบเอเชียและในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2536  ซึ่งผมจะค่อนข้างระมัดระวัง และทำความเข้าใจกับประเด็นต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน จากหลากหลายมุมมอง ก่อนที่จะให้ความเห็น  ภูมิหลังทางอาชีพของผมมุ่งเน้นไปในเรื่องการแปลงผันข้อมูลของบริษัทไทย หน่วยงานราชการ หรือองค์กรที่คล้าย ๆ กันในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ปี 2536 

Thai

การปฏิรูปองค์กร และ การแปลงผันข้อมูล

logo

ธุรกิจการให้บริการทางการเงินกำลังเปลี่ยนแปลง และก็ถูกก่อกวนเหมือนที่เกิดขึ้นในธุรกิจอื่นจาก
  • การเกิดขึ้นของ FinTech (บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้บริการทางการเงิน)
  • ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ผู้ให้บริการการเงินแบบเดิม ๆ เช่น ธนาคาร  ที่มักจะเปลี่ยนแปลงช้า ๆ  แต่ก็กำลังตื่นตัว
  • ลูกค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
  • ระบบการจ่ายเงิน แต่ก็ถูกกีดขวางจากนวัตกรรมสุดโต่ง
  • การค้าขายที่ตลาดมีสภาพคล้ายกับ b2b ในช่วงปี 2000/2001
Thai

Digital Agenda making old Corps sexy!

logo
Financial Services are changing and like other industries are slowly being disrupted

  • FInTech Startups

  • Mobile Operators

  • Traditional players like banks, changing too slowly but are waking up

  • Client and products are being disrupted

  • Payments, but are hindered but too much innovation

  • Trade, but similar to 2000/2001 b2b marketplaces

English

Ubuntu Linux on the desktop in the Enterprise

2006

In 2006 I was the Head of Global Banking Technology and CTO for Thailand at GE Capital. Part of my job was — and still is — to understand different technologies and see how these could be used in a corporate context.

One question was/is always around optimizing and driving productivity around the desktop. Is there a better way for users? Can we increase the productivity for provisioning and users? Can we better reuse older hardware or adopt new technologies differently?

I tried to install Ubuntu Linux on my work Laptop. At the time, it was more difficult than nowadays, as many hardware vendors produce drivers only for MS Windows. Yet it did work and was rather refreshing. In effect all features worked almost out of the Box: Integration into Active Directory, E-Mail App linking into Exchange, and OpenOffice as productivity suit.

This followed by segmenting the user base across the firm and based upon the categorization (low end, medium, and power users), we would deploy OpenOffice (free and open source productivity suit), to all users with limited users. We had low end users, who would only get a thin client or older hardware with thin operating systems like Linux, Wyse, etc. on it. The user would use all applications through a web browser – inclusive email, if any were given.

Naturally, we would create local language documentation and online training. This was a relatively easy and very effective way of ‘upgrading’ users. Stability of desktops, security threats, and updates were all easier to do – customer image generation was also very easy to setup.

2015

At Cisco Systems, one can choose between Windows, MacOS, or Linux OS. Self service support would be given based on Wiki’s and user groups. It worked very successful, as I was able to see a lot of staff adopting MacOS in the self service mode, even staff not familiar with tools and configurations.

Right now, I am still experimenting!

I am using Macintosh equally at home – MacMini and a MacBookPro. MacOS has a wide range of applications and I prefer using Apple’s Office Suite – iWorks (Pages, Numbers, Keynote) over MS Office, as it also integrates well with my iPad and iPhone.

On top, I am using a PC with Ubuntu Desktop Linux installed, to have a playground for multiple applications and better understanding of technologies — visualizations, Big Data, Big Analytics, etc.

Across the different technologies areas, a lot of technology innovation comes out of the open source world (Java, Service, Big Data, Operating Systems, etc.) and are often absorbed by software firms. From that perspective it is good, to have an opportunity to try out these open source packages, as well as, reading up on the community pages. It gives deeper insights and allows for better business decisions (regardless whether these are circulating across open source or commercial source).

My key requirement is a sandbox like computer environment I can experience new technologies with it, to input into my professional life.

So I downloaded the Ubuntu Linux Operating System, followed an guide on the same web site to create a Bootable USB Drive — a small Windows app does this — and booted my Desktop with it. It took 20 Minutes and my Computer had Ubuntu installed and all working.

I actually like working on Ubuntu a lot. It is very fast and has a very good app store. All the application I need are free.

Key applications are Chrome Browser, Firefox, Skype, Spotify, Steam (the gaming platform), PyCharm (Pythong development environment), Twitter client, Picture tool, Visualisation tool (VirtualBox), Open Office/Libre Office free suite and integrated OS Tools (Picture Viewer, Chat, EMail, Movie player, etc.).

Cloud providers are having a set of tools, to allow integration with DropBox, Google Drive, and of course browser based access of Google Apps, and Apple’s iCloud (with Apple’s Office Apps in the cloud). Given that I am using privately Apple and Google Apps for a long time, I don’t have the migration issues with moving files or changing applications.

Business applications should either be browser based or run as apps on Android or iOS or all of this together. Linux runs on most Desktop and Laptop hardware. It is easy and efficient on old hardware. Integration into a mixed Microsoft, Apple, iOS, and Android environment is easy. Linux can integrate into the so called Microsoft Domain and Exchange servers and has Management tools.

I would highly recommend corporations to consider Linux on the Desktop and Laptop, to drive out cost and complexity.

A word on the Bring Your Own Desktop BYOD Strategies.

They often assume a Windows Desktop will be streamed via tools from a Service — a window on your desktop which in effect acts as a remote sandbox for business applications. For the amount of money that takes, I would strongly feel a Google Apps, OpenOffice, and Browser access combo would drive more efficiency for less cost.

Just giving a different point of view.

English

กลยุทธ์การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำธุรกิจ

ในที่สุดก็มาถึงเวลาที่องค์กรจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยากเป็นอะไร ระหว่างการผลักดันยอดขายโดยปรับแผนการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเลือกเทคโนโลยี หรือจะ outsource โดยมีเป้าที่จะขาย (หรือมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น) Commodity!

CorporateDigital 2.001

นักพัฒนาระบบหรือหรือคนเขียนโปรแกรมในบริษัทที่เกือบจะโดน outsource ไปแล้วโดยสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงเทคนิคการตลาดที่ทำให้ดูดีเวลาออกสื่อ แต่นั่นกลับไม่ได้เป็นความสามารถพิเศษที่จะผลักดันให้เกิดสินค้าดิจิตอลได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด

เมื่อเราคิดถึงกลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจ เราจะพบคำถามใหม่ว่า:
แนวทางเข้าสู่ยุคดิจิตอลและเทคโนโลยีคืออะไร? 

คำตอบของคำถามนี้จะนำไปสู่กรอบการทำงานของทั้งองค์กร
คุณต้องเลือกกรงที่คุณชอบ!

เมื่อได้เลือกแนวทางและลงทุนไปกับมันแล้ว การจะเปลี่ยนใจไปอีกทางจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมากทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ผมเคยเห็นองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบสำคัญในการทำธุรกิจและต้องประสบกับภาวะล้มละลายมาแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา ไทย และสิงคโปร์

เราอยากมีความสามารถในการแข่งขันในระดับไหน
เราอยากจะแตกต่างขนาดไหน
ต้องลงทุนมากแค่ไหน แล้วมันจะคุ้มหรือ
เราพร้อมที่จะทุ่มกำลัง หรือปรับเปลี่ยนมากแค่ไหน
สำหรับธุรกิจของเรา การใช้สินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร  

รูปแบบธุรกิจ และความสามารถขององค์กรที่จะเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือก 

CorporateDigital 2.002

ไม่ว่าจะบริษัทแบบเดิม ๆ  หรือบริษัทตั้งใหม่ต่างก็ต้องเผชิญกับทางเลือกในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมักจะเป็นตอนที่ต้องเลือกเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการในระยะสั้น ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากเมื่อถูกกดดันจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป  คณะกรรมการบริษัทมักต้องเลือกแนวทางการใช้เทคโนโลยีโดยอิงอยู่กับรูปแบบการทำธุรกิจเดิม

ตามแผนภาพด้านบน การจะเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีจากแบบหนึ่งไปอีกแบบหนึ่งเป็นเรื่องเสียเวลามาก อาจจะหลาย ๆ ปี และจะมีผลกระทบไปถึงทักษะของคนทำงาน บุคคลากร กระบวนการทำงาน และค่าใช้จ่ายที่จะตามมา

เราอยากจะมีระบบดิจิตอลแบบไหนระหว่างแบบที่เหมือน ๆ กับคนอื่น แบบที่คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน  กับแบบที่มีสมรรถนะพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเหมือน?

คำตอบจะช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าอยากจะมีความแตกต่างระดับไหน ซึ่งก็จะมีเรื่องของระดับการพึ่งพาที่จะตามมาด้วย  ถ้าเราเลือกใช้อุปกรณ์และบริการแบบยกชุด ก็ต้องใช้ระบบที่ต้องอาศัยคนอื่นมาก แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องความยืดหยุ่น ต้นทุน และเวลาที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงในตลาด นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องพึ่งพาคนนอก อาทิเช่น การหาหรือบริหารจัดการคนเก่ง การคิดวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ การจัดหาพื้นที่สำนักงาน เป็นต้น  ซึ่งตามปกติองค์กรก็มักจะทำกรอบของเทคโนโลยี และแบ่งคำถามนี้ออกไปให้ส่วนงานต่าง ๆ ให้ช่วยกันตัดสินใจว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร!

In-house
Google กับ Facebook เลือกสร้างเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ซึ่งก็ผสานกับระบบปฏิบัติการ (Operating System)  Administrative Layer และ Application Layer ได้อย่างสมบูรณ์โดยอาศัยคนเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยมาก เขายังเปิดให้มี Open source และ free software ในจุดที่จะช่วยเสริมธุรกิจได้ เช่นเรื่องระบบปฏิบัติการและเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้มีชุมชนออนไลน์ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นมาตรฐาน และเสริมคุณภาพการให้บริการที่เป็นลักษณะ commodity ได้ดีขึ้น

แนวทางแบบนี้ต้องมีการพัฒนาทักษะการทำงานภายในองค์กรอย่างมาก อาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี และต้องมีความเข้าใจว่าจะนำเสนออย่างไร วิธีนี้ใช้เวลาน้อย และทีมก็มีขนาดเล็ก ในขณะที่แต่ละคนก็ต้องรับงานที่ลึกมาก

กลุ่มที่พัฒนาเองน้อย และใช้บริการจาก Vendor น้อย 

คนกลุ่มนี้ใช้เทคโนโลยีบ้างหรือเปล่า? มีแต่พวกธนาคารหรือเปล่า? ลองคิดถึงเทคโนโลยีที่คุณกำลังใช้!

คิดถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้างตามซอยที่อาจจะไม่เคยฝันถึงสมาร์ทโฟน แต่ตอนนี้เขามีกันแล้ว ไม่แต่เท่านั้นเขายังใช้สมาร์ทโฟนมาช่วยจัดการงานของตัวเองให้ไปบริการได้ทั่วเมืองด้วย สำหรับพวกเขาแล้วนี่คือกำไร

เทคโนโลยี คือกุญแจของทุกคน

Outsourced
กลุ่มนี้จะ outsource งาน data center และงานบางกลุ่มออกไปอย่างเบ็ดเสร็จ อย่างเช่น ด้านบริหารงานบุคคล การเงิน การทำงานร่วมกันแบบ collaborate  ระบบ Email  ระบบ ERP หรืออาจจะมีแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจอื่นๆ เช่น บัตรเครดิต OSS หรือ BSS ในกรอบที่ผู้ขายสามารถจะปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับรูปแบบการทำธุรกิจที่มีอยู่ได้

เห็นได้ชัดว่าความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในการทำงาน เวลา และคุณภาพงาน จะเป็นของผู้ให้บริการที่บริษัทเลือกใช้  อย่างไรก็ตาม บริษัทก็จะต้องรับสืบทอดคุณสมบัติของบริการที่ผู้ขายส่งมอบให้  ค่าใช้จ่าย เวลาที่ใช้ และความสามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการใช้งานก็จะอยู่ในกรอบที่บริษัทใช้ตัดสินใจเลือก อย่างเช่น AWS ที่สามารถเพิ่ม features การทำงานเข้าไปใน cloud platform ได้หลาย ๆ อย่างเป็นประจำทุกสัปดาห์

ภูมิทัศน์ของฝั่งผู้ขายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน 

นวัตกรรมมักจะเกิดในกลุ่มที่เป็น open source และชุมชนออนไลน์ ผู้ค้าก็ถูกผลักดันให้ต้องนำเสนอบริการ ส่วนกลุ่มที่ปรึกษาก็มักจะต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับสินค้าด้วย สำหรับกลุ่มที่ยังต้องซื้อเทคโนโลยีก็มักจะเลือกบริการที่เป็นโภคภัณฑ์ (Commodity) ส่วนกลุ่มที่เป็น Open source ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มที่ใช้งานซับซ้อน มีทักษะสูง หรือในกลุ่มสินค้าที่เป็น vertical products

ทั้งลูกค้า และผู้ขายต่างก็เผชิญความท้าทายอย่างเดียวกันในการที่จะพัฒนาทักษะ คนส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ทักษะแบบพื้นฐาน  ส่วนทักษะระดับสูงก็มักจะทำงานประสานกับคนอื่นได้ยาก  การจะจัดการและส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยใช้ Outsource หรือบริการจากบุคคลภายนอกเป็นเรื่องท้าทายพอ ๆ กับการจะพัฒนาเองในองค์กร  และนี่ก็เป็นเพียงความแตกต่างในรูปแบบการทำธุรกิจ

คนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีในองค์กรแบบเดิมมักจะชินกับการซื้อ แต่ในบริษัทตั้งใหม่ก็มักจะเลือกใช้แบบที่สั่งตัดได้กันมากขึ้น

CorporateDigital 2.003

ผมเคยเห็นทั้งองค์กรแบบเดิม ๆ และบริษัทตั้งใหม่ที่มีแพลตฟอร์มที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด และก็ได้เห็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ซื้อระบบมา จ่ายเงินไปมหาศาล แต่ได้งานแบบไม่ได้มาตรฐานจากผู้ขาย ทั้งในระบบง่าย ๆ และระบบที่ต้องใช้เวลาทำงานข้ามปี

Cloud vendors สามารถจะทำลายความเชื่อเดิม ๆ เช่นนี้ เพราะในขณะที่เขาให้บริการสินค้าในแบบ commodity คือให้บริการทุกคนเหมือน ๆ กัน ก็ยังเพิ่มขีดความสามารถและคุณภาพของบริการได้ด้วย ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ซื้อที่จะลองพิจารณาเลือกใช้บริการแบบนี้

–ความเห็นส่วนตัว–

Thai

Digitization strategy defines business models

CorporateDigital.001 

The time has come where companies need to decide what they want to be, driving unique sales propositions, by customizing they Marketing, PR, and Technology or outsource with the focus on providing commodity (or at risk of being) products! A hackthon in a corporation who is almost fully outsourced is a mere marketing trick, to look good in the media, but it doesn’t provide a unique ability to drive unique digital products at speed. A hackthon in a corporation who is almost fully outsourced is a mere marketing trick, to look good in the media, but it doesn’t provide a unique ability to drive unique digital products at speed. 

When consider business strategies and models, there is a new question now: What is the approach to digitization and technology?  

The answer will lead to a different operational framework of the company. Select the cage you want to live in! 

Once the fundamental approach has been selected and invested in, it is very costly and time consuming to drive an opposing strategy. I have seen small and big companies being driven into bankruptcy in the US, Thailand, or Singapore in their attempts to significantly alter the model. 

How competitive do we want to be? 

How unique do we want to be? 

How much investment is it worth to us? 

How much effort and restructuring are we ready to do? 

What is commodity for me?


Business Models and the ability for corporates to evolve, are dependent by the technology approach they choose.

CorporateDigital.002 

Many traditional companies and startups are stumbling through their technology choices, often in reaction to perceived short term needs, causing issues downstream when market pressures are changing. A Board of Directors needs to choose their technology approach, based upon their business model of the company. Changing quadrants as outlined above will take time, possibly many years and has far reaching impact on skills, people, processes, and cost. 

Do I want the same digital platforms as others or one others could equally well buy versus a unique technical capability? The answer will allow you to decide the level of differentiation, but also carry dependencies. Acquiring a certain set of tools and services will make you dependent on a delivery model limiting flexibility, cost, and time to market for your organization. 

There are further dependencies on hiring and managing talent, revising your decisions, office space, managing and sourcing talents, etc. Typically organization generate a framework for all corporate technology services and breaks down this large questions into segments, to decide in which specific domain the question should be answered how! 

In-house 

Google and Facebook have developed their own servers, perfectly integrating into the operating system, administrative and application layers-‘Data centre health’ with little people involvement. They also adopt and sharing open source and free software, where it is in to the benefit of their own business model – Operating System and Data store technologies benefits of having a bigger community to evolve standard functions creates better quality commodity functions. This approach requires developing internally deep skills and ongoing investment to develop an architecture, a multi-year road map, and understanding the delivery methods. It less the time of size of teams, but the depth one can attract. 

Low customization and low vendor quadrant 

Are they using technology at all? Is it a bank? Start thinking about your technology adoption! Think about a motorsai driver in a Soi, who might never have thought about a smart phone. Now he can a.) afford it and b.) can use the app to maximize to assign jobs all over the city to him = profits. Technology is key for everyone. 

Outsourced 

Fully outsourced data centers and applications, such as HR, finance, collaboration, Email, ERP or other business apps (e.g., credit card, OSS, BSS). With in the framework vendors could customized the setup of existing products and services. Clearly, a large portion of the responsibility of operating in budget, time, and quality would relate to the service and product providers the company selected. However, you inherit the properties of each provider you choose. Cost, time to market, and ability to customize is within the framework you decide. AWS can add multiple features to their cloud platform every week.

The vendor scene is also changing.

Innovation happens in open source and communities, vendors are driven towards services and consultants often build capabilities around products. Buy-ecosystems increasingly prices towards commodity, but open source platforms are used for high end skills and vertical products. Both customers and vendors are having the same challenges in sourcing for the skills. Often this model uses commodity services skills. High end and in-depth skills are difficult to integrate in such a model. Managing and delivery products based upon outsourcing or 3rd parodist and services, can be as challenging as in-house deliveries of the such features. These are just different models. In traditional corporates many technology professionals are used to the buy model. In the startup world many technologists are focusing on the custom build model. 

CorporateDigital.003

I have seen corporates and startups with poor platforms requiring complete rework. Equally I have seen large corporates in the buy model, paying high price and getting low end skills from product and service vendors, in expanding even simple initiatives into annual turn around times. Cloud vendors are breaking out of this paradigm, as they are providing commodity platforms – being the same for everyone – and are increasing quality. Here is a good game for buyer’s need to address commodity products. 

Opinions are my own! 

aw@axelwinter.comwww.axelwinter.com

English

ASEAN Integration Summit — Thoughts on integration

Thomson Reuters invited me to share some of my thoughts on corporate readiness for the AEC Asean Economic Community, based upon my blog articles.

The following are my summary points, which shared during a panel discussions.

General thoughts on ASEAN

  • ASEAN needs visionary leaders who given ASEAN and the community a strong vision. Think Adenauer and de Gaulle, who forged a peaceful and prosperous Europe post World War II. What will ASEAN and the AEC be when it grows up?
  • Slow market liberalisation through the AEC and also other free trade agreements
  • Launch and adoption of digital businesses like UBER, GrabTaxi show both the need and that existing players across ASEAN (the globe?) aren’t addressing clients needs
  • Local companies need to drive scale or excel in a niche to compete, due to market liberalisation
  • Foreign companies who are having a global operating model can compete easier in some sectors versus locals
  • Integration drives organizations to expand — competition to head up dramatically
  • Many “fake” experts on AEC, ASEAN Integration, and Corporate Transformation
  • Having had global, regional, and local roles, I would argue that from a multi national perspective the priorities and views are are more clear versus a local only perspective.

Business challenges for ASEAN integration

  • Asean Conglomerates often prefer to expand horizontally into different verticals versus expand vertical businesses (sense of control within a geographic area)
  • ASEAN and APAC integration drives competition and hence (verticals) organizations to scale, to regionalize
  • Expanding vertical business such as banks or telecommunication company, requires operational and technology excellence
  • Depending on businesses entry cost across the region still high:
  • Rules of incorporation and shareholder ship
  • Visa and Labour rules
  • Easier for large corporation
  • Languages / it’s not always about english! Why are there no similar institution like Goethe Institute and Alliance Francaise by asian countries? A Thai or Indonesian Institute for language and culture across the region…

Addressing organization readiness

Business Operations

  • Process and ongoing optimization, goal oriented
  • Better measurements and metrics
  • Data driven and flexible

Technology & Digitization

  • Often outsourcing but not innovation attitude
  • Innovation and continues evolvement
  • Adoption of Free and Open Source to drive internal tech skill and innovation

Human Resource Function

  • People development
  • Metrics setting / KPI
  • Fair renumeration — still huge gaps
  • Integration of ASEAN and other Foreigners

Generating regional and global structures

Opinions are my own!
aw@axelwinter.com — 
www.axelwinter.com

Generating regional and global structures

Opinions are my own!
aw@axelwinter.com — 
www.axelwinter.com

English

กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอล

ผมมีโอกาสจะไปคุยกับเพื่อนที่เป็น CIO และ COO (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข้อมูล และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ) ของบริษัทไทยแห่งหนึ่ง ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงองค์กรโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดัน  จึงทำร่างเพื่อหารือแนวทางการทำงานของทีมที่ดูแลเรื่องสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการดำเนินการ

EA_Thai_1.001

สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) กำลังเข้ามาเป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจและเทคโนโลยี และเป็นแนวในการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจของหลายองค์กร  ซึ่งหน้าที่หลักก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละองค์กร  สถาปนิก ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาจะต้องเข้าใจกระบวนการทำงานขององค์กรเสียก่อน แล้วจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ผลตามที่คาดหวัง  ซึ่งควรจะตระหนักไว้เสมอว่า เป้าหมายหลักจะต้องอยู่ที่ผลงาน ไม่ใช่เพียงการสร้างตัวแบบสวยๆ ตามหลักวิชาการ  เมื่อเป็นเช่นนั้น หน่วยงานที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ก็ควรจะต้องมีการจัดการในแนวทางเดียวกันกับเป้าหมายขององค์กร  ทั้งในแง่ของความมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการเพิ่มรายได้ ความคล่องแคล่วว่องไว การมุ่งเน้นที่คุณภาพ เป็นต้น  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นกรอบให้กับการจัดการเรื่องอื่นๆ

มิติในการขับเคลื่อน 

มิติของการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตามบริบทในธุรกิจนั้นๆ  ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์โดยตัวมันเอง  และยังรวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญ และการกำหนดคุณสมบัติของกลยุทธ์หลักๆ  ที่จะต้องจัดโครงสร้างองค์กรเข้ารองรับ ตัวอย่างเช่น ถ้าจะกำหนดกลยุทธ์เป็นการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจอุปโภคบริโภค คุณสมบัติที่ต้องมีคือ ความเร็วในการติดตั้งสินค้า  ส่วนงานเทคโนโลยี ก็จะต้องพิจารณาเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง และไม่จำกัดตัวอยู่กับการจัดส่งสินค้าไปตามลำดับ แต่จะต้องหาทางที่เร็วขึ้น  ต้องจัดหาสินค้าที่คุณภาพดีขึ้นมากกว่าการจำกัดอยู่แต่การขายสินค้าโภคภัณฑ์ จากผู้ค้ารายเดิมๆ  และถึงจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ก็ไม่เป็นเรื่องที่ต้องห่วง แต่ควรจะให้ความสำคัญต่อการจัดส่งอย่างมีคุณภาพ  ซึ่งการจะได้สิ่งนี้มาก็ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และใช้ประสบการณ์ที่อาจจะได้มาอย่างยากลำบาก  ต้องมีการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ และผลักดันให้เกิดผลิตภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต  สิ่งเหล่านี้มีความสัมพันธ์โยงใยอยู่กับการดำเนินงาน

เทคโนโลยียังมีอิทธิพลต่อกระบวนการต่างๆ ต่อการกำหนดชุดของตัวชี้วัด และความต้องการขององค์กร  รวมไปถึงการเคลื่อนไปสู่องค์กรที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง  เจ้าหน้าที่ในองค์กรที่เน้นเรื่องกระบวนการมักจะละเลยเป้าหมายขององค์กร และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องทำไปตามขั้นตอนก่อนอย่างอื่น  แต่ถ้าเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูล และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการทำงาน พนักงานก็จะได้รับการสนับสนุนที่ดีกว่า (ซึ่งจะช่วยให้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้รวดเร็วกว่า)

การจะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้ ก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปถึงวัฒนธรรมองค์กร พอๆ กับที่ต้องพัฒนาทักษะของพนักงาน และจะต้องมีการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่เข้มแข็ง  ผมเป็นแฟนตัวยงของการพัฒนาบุคคลากร  การทำให้พวกเขาเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น เร็วขึ้น จะทำให้เขาสร้างสรรค์องค์กรที่ประหยัดกว่า ดีกว่า และคล่องแคล่วกว่าได้

EA_Thai_1.002

กรอบตรรกะขององค์กร (Logical Enterprise Framework)

แกนหลักของงานสถาปัตยกรรมองค์กร จะต้องสามารถขับเคลื่อนกรอบหรือโครงสร้างการทำงานให้สอดคล้องกับธุรกิจ และส่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  สิ่งนี้จะกลายเป็นแผนที่และเป็นเครื่องมือสื่อสาร  แล้วสิ่งที่เราพยายามจะสร้างนั้นคืออะไร คือบริการสำหรับธุรกิจใหม่ สำหรับองค์กร สำหรับผู้บริโภค หรือสำหรับพนักงาน   ผลิตภัณฑ์หรือกรอบการทำงานที่เราต้องการคืออะไร  คือธุรกิจสำหรับองค์กร หรือลูกค้ารายย่อย หรือการบริหารเงินสด  มีอะไรที่เราต้องจัดการ เช่นการติดตาม หรือดูแลความเสี่ยงในการดำเนินงาน  และสุดท้ายเราต้องมีโครงสร้างพื้นฐานอะไรบ้าง เช่น ERP การบริหารข้อมูลและกระบวนการทำงาน เป็นต้น

EA_Thai_1.003

หลักการ

หลักการในการดำเนินงานเป็นสิ่งจำเป็นที่จะใช้ผลักดันกลยุทธ์และการปฏิรูปองค์กร  หลักการที่สำคัญก็เพื่อสร้างกลไกใหม่ที่จะนำไปสู่เป้าหมายทางธุรกิจที่สำคัญ

EA_Thai_1.004

สร้าง 

การปรับปรุงกลไกขององค์กรตั้งแต่ต้นจนจบนั้น เป็นเรื่องยาก และมีปัจจัยแวดล้อมจำนวนมาก  แต่นั่นก็เป็นงานที่อยู่ในมือเรา  การสร้างกลไกใหม่ให้แก่องค์กรต้องใช้เวลาหลายเดือน และเป็นฐานที่เราสามารถนำมาผลิตซ้ำเพื่อหาความสามารถใหม่ๆ ซึ่งอาจจะได้แก่ หน้าที่ใหม่ของฝ่ายบริหารงานบุคคล ศูนย์บริการ การจัดการฐานความรู้ ศูนย์ข้อมูล เป็นต้น  จุดสำคัญก็คือ เราต้องไม่หยุดการขับเคลื่อนในขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงาน  ยิ่งองค์กรใหญ่และขับเคลื่อนยากมากเท่าไรก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น (ผมรู้สึกเหมือนจะปวดหลัง)  และเมื่อเริ่มงานไปแล้ว ก็ยังต้องมีการจัดการอย่างชาญฉลาดเพื่อให้กลไกยังคงทำงานต่อเนื่องไป  ซึ่งก็มักจะต้องมีการทำงานซ้ำๆ ตามวงจรการพัฒนาระบบ (SDLC – System Delivery Life Cycle)  ตัวอย่างเช่น การส่งมอบงานในขณะที่ยังมีปัญหาในขั้นการทดสอบ  สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความด้อยคุณภาพในการส่งมอบ และรูโหว่ในการออกแบบในรายละเอียด  วิธีการส่งมอบงานแบบใหม่ๆ เช่น “DevOps” จะช่วยให้ออกแบบได้ดีขึ้น  จัดการกลยุทธ์ได้สอดคล้องกันยิ่งขึ้น  (มีคุณภาพในการใช้ทรัพยากรมากขึ้น การนำ Open Source มาใช้  และการปรับปรุงหรือนำเอา APIs กลับมาใช้ซ้ำ)

EA_Thai_1.005

คณะทำงานเพื่อการเปลี่ยนแปลง

โดยทั่วไปทีมงานที่เข้าไปปรับปรุง “โรงแรม” ก็อยากจะย้ายที่ไปทุกๆ 2-3 ปี ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดี ในองค์กรมักจะมีคนที่อยากอยู่ที่เดิมไปนานๆ แต่ก็จะมีคนอื่นๆ ที่ตื่นเต้นและตั้งตารอการเปลี่ยนแปลง  ทั้งสองกลุ่มต่างก็เป็นสิ่งจำเป็นในการผลักดันการเปลี่ยนแปลง  จากประสบการณ์ผมพบว่า ทีมที่รับผิดชอบโปรแกรมขนาดใหญ่ และมีความสามารถในเรื่องนี้ มักจะผ่านข้อจำกัดทางการเมืองในองค์กรและสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้  ซึ่งปกติแล้วที่ปรึกษามักจะอยู่ตรงแกนกลางของงานแบบนี้และจะทำให้งานง่ายขึ้น  ทักษะที่ต้องมีก็หลากหลาย แต่บุคคลากรหลักแต่ละคนก็จะต้องมั่นคงมาก  สำหรับผมแล้ว มันหมายถึงการที่พวกเขาทำงานใกล้ชิดกัน ลงลึกในรายละเอียด ไม่ใช่แค่การดูเอาจาก powerpoint  และในความเห็นของผม การมีทีมเล็กๆ ที่มีทักษะดีๆ เพียง 5-10 คน ที่ช่วยกันจัดการกิจกรรมหลักในการปฏิรูปองค์กรจะได้ประโยชน์กว่า

ทรัพยากรที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จก็ได้แก่ source code ที่เพียงพอ โครงสร้างการจ่ายเงิน และความยืดหยุ่นของบัตรเครดิต  และทีมงานจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างแนวคิดของคณะกรรมการบริษัทกับคนทำงานในส่วนปฏิบัติการ  ถ้าไม่มีทีมแบบนี้การเดินทางนี้ก็ล้มเหลว

มีหลายครั้งที่งานแบบนี้เริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยผู้จัดการอาวุโส  สมาชิกในคณะทำงานก็จะไม่ติดดินอีกต่อไป (พื้นดินคืออะไรหรือ บนสวรรค์นี่สวยกว่ากันเยอะ)  คุณก็รู้ว่าโครงการอย่างนี้ต้องใช้เงินหลายร้อยล้าน  แต่นั่นจะไม่ให้ประโยชน์อะไรเลย  กิจกรรมที่ได้ผลมักจะเป็นกิจกรรมงบน้อยๆ แต่มีทีมฉลาดๆ และในทางกลับกัน โครงการที่มีงบประมาณมากๆ แบบที่เงินไม่กี่ล้านบาทยังไม่ทำให้รู้สึกอะไรเลย  โครงการเล็กๆ ที่ให้ประโยชน์ตรงๆ หลายๆ โครงการนี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญ  อาจจะจัดการให้สอดคล้องประสานกันได้ยากสักหน่อย แต่สิ่งนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่ต้องสร้างขึ้นมาให้ได้  นี่ก็ทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ถึงการปฏิรูปองค์กรที่ GE ตอนนั้นผมรายงานตรงต่อ Global CIO ผมโทรหาหัวหน้าโครงการทั่วโลกในเวลาแปลกๆ เพื่อจัดการเรื่องการตั้งค่า ทำขั้นตอนการทำงานและ APIs กับ vendors  รวมไปถึงการเจรจา เพราะทุกๆ วันมีค่าและวันส่งมอบก็ถูกกำหนดไว้แล้ว

EA_Thai_1.006

การปฏิรูปองค์กรยังมีอีกหลายมุมซึ่งผมก็พยายามจะเกริ่นให้ได้หัวเรื่องมากที่สุด หนังสือก็คงจะช่วยเพิ่มเติมได้บ้าง ส่วนผมก็คงต้องทิ้งตรงนี้ไว้เป็นหนังตัวอย่างก่อนครับ

Thai

Digital Change Strategy

For a discussion with a friend, who is CIO&COO at a Thai company, I have drafted a few pages showing one approach to a technology driven change agenda, around an enterprise architecture team.

Enterprise Architecture is evolving to become a business and technology strategy and transformation office for corporates. The precise role depends on the organisational context. Architects – much like consultants – need to align with the way the organisation works and change it, to ensure desired outcome. Remember the key focus must be the result in achieving metrics and results in delivery, not the academic beauty of a model. As such Change Agents metrics should be aligned with the desired results the organisation has to achieve. Productivity and revenue improvements, agility, quality, etc. These encompass all other measurements.

Dimensions

The dimensions of change journeys are around the business itself: Strategy itself, but also the priorities of the strategic imperatives and (new) it’s properties. The strategy might be a geographic expansion, the priority is the consumer business, and the property is the level of agility product implementation and speed. Technology would need to consider evolving targets and not be in a sequential delivery model, but focus on more rapid and more quality, rather than overly focusing on commodity products and vendors. Commodity shouldn’t be a concern, but the delivery of the unique capabilities. This requires depth and experience, which can be bought only with difficulity. This while adopting innovation and consistently driving productivity, as part of life. This interlinks with the operating model itself. Technology influences processes, setting of metrics, and organisational needs, as well as a move to data centricity. Process centric organisations staff often let go of the goals the organisation has and rather focus on following processes. People enablement comes on the back of data and analytical results. This requires cultural changes, as much as skill development, and a strong change management function. I am a big fan of developing people and make them better, stronger, faster, creating a cheaper, better, and more agile organisation.

Logical Enterprise Framework

The core of the architecture work is to drive a sensible framework, in alignment with the business and other enabling functions. This becomes the road map and a communication vehicle. What we are trying to develop – Services for startups/corporates/consumers/employees? What products and frameworks do we require – Corporate, Retail, Cash? What do we need to manage — Monitoring, Operational risk? Finally, what is the business infrastructure required – ERP, Process and Data Management, etc.

Principles

Guiding principles are an essential way to drive strategy and the transformation journey it self.Key principles are to generate a new delivery engine for technical and business artefacts, at key level of detail.

Build

The upgrade of the corporate ‘engine’ end to end is a difficult business has many dependencies, but this is the task at hand. Building a new corporate engine takes a couple of months and is the platform of which we can iterate in weeks or months new capabilities. A new capability could be a new HR function, contact centre, knowledge management, data centre, etc. It is important, however, not to stop the engine whilst it’s running. The larger and more immovable the organisation (feels like my back pain), the longer it takes to get it going. When it is humming though, intelligent management to keep it going is required. This often includes the redo of a delivery methodology (“SDLC System Delivery Life Cycle”). Examples are time to delivery, but also problems in the testing phase. These are pointing to lack of quality of delivery and a gap in-depth design. New methodologies for delivery such as “DevOps” will help to drive better design and strategy (alignment) and quality (better resources, adoption of open source, improved and reusable APIs).

Team

Typically, the team who is getting it going and start with renovating the ‘hotel’, will at some point want to move on to the next house (2-3 years) and that is actually a good thing. There are people at corporates who love to be there for the long run and there are others, who are thrilled by change and will feed of the next change. Both are required to drive fundamental change. It is also my experience, that the team responsible for large programs (and who are good at it), often cross political boundaries and that can make  moving advisable – often consultants are at the core of these journeys, which can make such aspects easier. The skill requirements are diverse, but each of the key people must be exceptional strong. To me this means, that they are close and hands on to the content and not only “power point experienced.” In my view, it is more helpful to have a small team of 5-10 skilled resources or are managing all key initiatives within the transformational portfolio. The key resources need to enough of source code, pay structures, credit card dynamics, etc. to drive success. They link board level thinking to the execution tier. Not having this, will fail this journey. Often these projects are being made too big with too many senior managers. The project teams doesn’t see the ground anymore (What is the ground? Heaven is nicer!) and you know this program will cost hundreds of millions, but definitely not deliver benefits. Most successful initiatives are small budgets with ingenious teams versus big budget productions where a few million don’t matter. Many small directly benefiting projects are key, but are difficult to orchestrate and manage. This is the experience to build. I recall at the transformational journey at General Electric – reporting directly to the global CIO – I called the global leaders at really inconvenient times around the globe, worked out configurations, processes, and APIs with vendors, negotiatied, because every day is precious and the delivery date and content is scared.

There are many aspects in a transformational journey and images try to give lead to most topics, but books can be filled around this. So just take it as its meant: A teaser!

English