การพัฒนาแรงงานไทย

ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจลดลงจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 5 จนกระทั้งร้อยละ 3 (โดยประมาณ) และปัจจุบันถือเป็นระบบเศรษฐกิจผู้สูงวัยที่สุดในประชาคมอาเซียน (รองจากประเทศรัสเซีย และประเทศจีน โดยจัดเป็นประเทศกำลังพัฒนาเดียว) อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าหลายๆ บริษัท (แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด) เลือกที่จะใช้แรงงานราคาถูกจากประเทศข้างเคียง แทนที่การพัฒนาแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต หรือการลงทุนในบุคลากรหรือระบบการควบคุมอัตโนมัติ (Smart Automation) ที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์หรือการบริการของตน ประเด็นข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ เมื่อไม่มีการพัฒนาแรงงาน ย่อมไม่เกิดการเพิ่มฐานเงินเดือนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถชำระคืนหนี้สินเพื่อการบริโภคจำนวนมาก ซึ่งย่อมหมายความว่าการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการบริโภคไม่สามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศได้ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องวางกลยุทธ์ใหม่และให้สิ่งจูงใจต่อบริษัทและผู้ประกอบธุรกิจต่างๆ เพื่อจัดให้มีการให้ความรู้กับแรงงานของตน ในขณะเดียวกันรัฐบาลควรริเริ่มโครงการเพื่อการฝึกอบรมและพัฒนาแรงงานโรงงานและสำนักงานต่างๆ และให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่อบริษัทที่จัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาแรงงานด้วยตนเอง เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นแม้ในกลุ่มธุรกิจใหม่ อย่างธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี ผู้ประกอบการในไทยยังรีรอที่จะลงทุนในเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี ประวัติการทำงานหลายฉบับที่ผมได้รับแสดงให้เห็นถึงทักษะทางด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศจากการทำงานให้กับบริษัทระดับประเทศและระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ทักษะด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ โดยส่วนใหญ่แล้ว ก็ยังจัดว่าล้าหลังเกินกว่าที่ผมจะจัดให้เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ “ทันสมัย” ไปมากกว่า 3 ปี ผมเห็นว่านี่เป็นหนึ่งในประเด็นสามอันดับแรกที่ควรได้รับการจัดการให้ถูกต้อง! ในการนี้ ผมหวังว่าทุกท่านจะช่วยส่งต่อข้อความนี้ และสร้างแรงกดดันเพื่อให้บริษัทต่างๆ และรัฐบาลดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป วิเคราะห์จากบทความ Bangkok Post เรื่อง Thailand must [...]

มุมมอง Jack Ma ต่อสหรัฐฯ จีน Alibaba และ Amazon

ย้อนไปดูพาดหัวข่าวการพบปะกันของ Jack Ma และ Donald Trump แล้ว เห็นว่าไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงซักเท่าไร มาดูกันว่า Jak Ma คิดและรู้สึกอย่างไรกับ Donald Trump อะไรที่เขามองว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องบ้างสำหรับการค้าโลก แจ็ค หม่า แนะว่าองค์กรหลายแห่งในสหรัฐฯ สร้างรายได้อย่างมาก หลังจากที่มีการ Outsourcing เกิดขึ้น รวมกันแล้วรายได้นี้ มากกว่ารายได้องค์กรอันดับต้นๆ ของจีนรวมกันเสียอีก อย่างไรก็ตามการให้งบประมาณนั้นเป็นไปอย่างผิดวิธี  เช่น สงครามต่างๆ ใช้เงินจำนวน 14.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนใน Wall Street ทำให้ GFC ถอนการลงทุนเป็นหลัก XX หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงการจ้างงานที่หายไปอีกประมาณ 30 ล้านคน กลยุทธ์นี้ผิดและจำเป็นต้องมีการทบทวนใหม่ นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่า WTO โฟกัสไปที่องค์กรและประเทศใหญ่ๆ และเขากลับสนับสนุนองค์กรอย่าง EWTP องค์กรที่ต้องการสร้างการค้าเสรีดิจิตอล และสนับสนุนบริษัทเล็กๆ แจ็ค หม่าคิดว่า Globalization เป็นเรื่องดีและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มองเรื่องนี้ในทิศทางเดียวกัน  [...]

รายงานประจำปีต้องรวมตารางคะแนนของ CIO

เป็นเรื่องน่ายินดีที่เมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับทีมงานที่ยอดเยี่ยม และมีส่วนช่วยพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลงานนี้ได้ปรากฏในรายงานประจำปี 2016 ของ Standard Chartered การนำกลยุทธ์ API ไปใช้อย่างจริงจัง รวมถึงระบบการทำงานของ Hadoop และ Machine Learning ผลักดันให้ธุรกิจพัฒนาได้อย่างมหาศาล (ภูมิใจมากที่ได้ทำงานให้ Hadoop ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา) การทำโครงสร้างองค์กรให้ปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัว ช่วยให้ช่องทางต่างๆทำงานได้ดี ทั้ง Regtech และนวัตกรรมที่โดดเด่นโดยรวมในแวดวงเทคโนโลยี ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมดีใจที่เห็นอะไรบางอย่างในรายงานประจำปี ที่พอจะเดาได้ว่าจะมีการสานต่องาน รวมถึงขยับขยายในอนาตคต ซึ่งมีไม่กี่งานที่ผมมีเข้าไปมีส่วนตั้งแต่ขั้นตอนริเริ่มจะเป็นแบบนี้  ข่าวดีคือ ขณะที่กำลังอ่านรายงานประจำปีนั้น ผมได้มองข้ามข้อมูลเชิงลึกของเหล่า CIO ทั้งในแง่ของวิสัยทัศน์ มุมมอง ความสำเร็จ และแก่นการดำเนินงานในอนาคต รวมไปถึงงานเชิงเทคนิค ทีมงาน และการลงทุน แล้วอย่างนี้ผู้ถือหุ้นจะประเมินได้อย่างไร ว่าการลงทุนในธนาคารใดๆ นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าพวกเขาไม่สามารถวัดคุณภาพของเทคโนโลยีได้  เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ภาคส่วนธนาคารเท่านั้น แต่รวมไปถึงโทรคมนาคม หรือการค้าปลีก ซึ่งเทคโนโลยีนี้ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในปัจจุบัน เมื่อมองธนาคารที่ไม่ใช่ธนาคารต่างชาติในตอนนี้ ธนาคารเหล่านี้ไม่สามารถที่จะปรับตัวกับเทคโนโลยีได้เลยหากไม่มีความช่วยเหลืออย่างหนักจากทีมงานนอกองค์กร [...]

บทสัมภาษณ์ Axel Winter ในประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ลงบทความสัมภาษณ์คุณ Axel Winter พูดคุยกันในหลายเรื่อง ทั้งเรื่อง Fintech ในประเทศไทย และแนวโน้ม Digital Banking

ความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับ “อาเซียน”

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2558  Thomson Reuters เชิญผมไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในงาน “ASEAN Integration Summit 2015” ที่สิงคโปร์  หลังจากผมได้เขียนบทความเรื่องนี้ลงในบล็อก  ผมจึงสรุปประเด็นสำคัญที่ได้ไปพูดคุยในวันนั้นมาแบ่งปันกัน ความเห็นทั่วไปเกี่ยวกับ “อาเซียน” “อาเซียน” ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ “อาเซียน” อย่างเพียงพอ  ผมคิดถึง คอนราด อเดนาวร์ และชาร์ลส์ เดอโกลล์ ที่ได้ช่วยกันหล่อหลอมให้เกิดสันติภาพและความเจริญงอกงามในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  คำถามก็คือ ต่อจากนี้ “อาเซียน” และ AEC จะเติบโตไปทางไหน ความล่าช้าในการเปิดเสรีทางการค้า ตามกรอบของ AEC และความร่วมมือทางการค้าอื่นๆ การเปิดตัวของธุรกิจดิจิตอลใหม่ๆ ที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก เช่น UBER และ GrabTaxi ทำให้เห็นว่ามีตลาดสำหรับบริการประเภทนี้ และผู้ให้บริการใน “อาเซียน” หรืออาจจะทั่วโลก ยังตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ไม่ดีพอ  เมื่อตลาดมีการเปิดเสรี ผู้ประกอบการในท้องถิ่นควรต้องปรับตัว อาจจะด้วยการขยายกิจการหรือไม่ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในธุรกิจของตน  สำหรับบางธุรกิจ บริษัทข้ามชาติที่มีธุรกิจอยู่ทั่วโลกก็อาจจะเข้าตลาดและแข่งขันกับผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น  [...]

นักพัฒนาระบบมือดี หาที่ไหน?

ข้อผิดพลาดที่บรรดาธุรกิจเกิดใหม่และบริษัทใหญ่ ๆ มักจะทำเหมือน ๆ กันคือการหานักพัฒนาระบบที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ หรือคนที่เคยทำงานในบริษัทที่มีชื่อเสียง  พวกเขาต่างก็ติดกับดักแบรนด์เนม   ไม่ว่าจะบริษัทใหญ่ ๆ หรือมหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ต่างก็ไม่ได้สร้างขึ้นเพราะความสามารถพิเศษด้านวิศวกรรม แต่เกิดจากความสมหวังตามความมุ่งมาดปรารถนาของตนเอง: “ฉันยิ่งใหญ่ และคนอื่นก็เห็นเช่นเดียวกัน และฉันจะยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้” Google และบริษัทอื่น ๆ ได้พบว่านักพัฒนาระบบที่ดี เป็นเรื่องเดียวกันกับ : • การทำงานเป็นทีม (ฉันไม่กังวลที่จะต้องเปิดเผยโค้ดของฉันให้โลกรู้) • ความเฉลียวฉลาด (ฉันรักการเรียนรู้สิ่งใหม่) และ • การมุ่งหน้าสู่จุดที่สูงขึ้นไปโดยมีทีมชั้น “เลิศ” (ฉันเก่งขึ้นได้เพราะเพื่อนร่วมทีมผลักดัน) ผมคิดว่าคนที่เคยทำงานในโครงการ open source ที่ได้รับความนิยม เคยทำงานในบริษัทที่ปรึกษา / ธุรกิจเกิดใหม่ หรือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต น่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดสำหรับงานนี้   เพราะคุณจะได้ทั้งความมุ่งมั่น การทำงานเป็นทีม และความมีทักษะ! อักเซล วินเทอร์ (aw@axelwinter.com) ความเห็นส่วนตัว

ประเทศไทยต้องมีประธานผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดกระบวนการแปลงผันข้อมูล

เรียนคณะรัฐบาล  ผมทราบว่ามีหลายฝ่ายกระตือรือล้นที่จะให้คำปรึกษาแก่ท่านในทุก ๆ เรื่องเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่บางครั้งก็ให้ความเห็นที่อาจจะดูแปลก  ผมเองมีโอกาสได้มาทำงานในแถบเอเชียและในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2536  ซึ่งผมจะค่อนข้างระมัดระวัง และทำความเข้าใจกับประเด็นต่าง ๆ อย่างถี่ถ้วน จากหลากหลายมุมมอง ก่อนที่จะให้ความเห็น  ภูมิหลังทางอาชีพของผมมุ่งเน้นไปในเรื่องการแปลงผันข้อมูลของบริษัทไทย หน่วยงานราชการ หรือองค์กรที่คล้าย ๆ กันในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ปี 2536  เมื่อครั้งที่ผมเริ่มมาที่ประเทศไทย ผมและทีมงานได้ช่วยกันเร่งรัดการติดตั้งและการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ลาว เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย และหลังจากนั้นก็ยังได้สนับสนุนอีกหลายองค์กรในอันที่จะผลักดันการใช้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น การทำงานที่เป็นอัตโนมัติ และยังมีอีกหลายภารกิจมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารไร้สายได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก การที่ธุรกิจของคุณจะตั้งอยู่ใน ซิลิคอน วัลเลย์ (โดยมีพนักงานเป็นชาวต่างชาติอยู่ราว 45%) หรือจาการ์ตา เบอร์ลิน หรือกรุงเทพฯ  จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป สิ่งที่แตกต่างคือ สิ่งที่อยู่ภายในบริษัทหรือองค์กรนั้น และการที่บริษัทหรือองค์กรเหล่านั้นจะขับเคลื่อน หรือเร่งการเปลี่ยนแปลงอย่างไร  ผมได้เห็นตัวอย่างในประเทศไทยทั้งที่ดีเยี่ยมระดับโลก และสิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม  ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ดีมาก ๆ นั้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในกรุงเทพฯ  อย่างเช่น อโกดา ที่เริ่มก่อตั้งขึ้นที่ภูเก็ต  ถึงกระนั้น รัฐบาลนี้ก็ยังมีความรับผิดชอบมากกว่ายุคใด ๆ ที่จะทำให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึง Digital [...]

การปฏิรูปองค์กร และ การแปลงผันข้อมูล

ธุรกิจการให้บริการทางการเงินกำลังเปลี่ยนแปลง และก็ถูกก่อกวนเหมือนที่เกิดขึ้นในธุรกิจอื่นจาก การเกิดขึ้นของ FinTech (บริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้บริการทางการเงิน) ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการการเงินแบบเดิม ๆ เช่น ธนาคาร  ที่มักจะเปลี่ยนแปลงช้า ๆ  แต่ก็กำลังตื่นตัว ลูกค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ระบบการจ่ายเงิน แต่ก็ถูกกีดขวางจากนวัตกรรมสุดโต่ง การค้าขายที่ตลาดมีสภาพคล้ายกับ b2b ในช่วงปี 2000/2001 ความเปลี่ยนแปลง คือแก่นแท้ของความเป็นองค์กร GE ซื้อและขายกิจการ ปฏิรูป แปลงผัน และยังคงเปลี่ยนแปลงทุกวัน Accenture เปลี่ยนแปลงจากการเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจ ไปสู่การบริหารความเสี่ยงของสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งก็แน่นอนที่จะต้องมีรากฐานเป็นระบบดิจิตอล เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวโน้ม ใช้มันให้ถูกทิศทาง และเร็วกว่าคนอื่น ๆ ในตลาด องค์กร มี DNA ของการเปลี่ยนแปลงอยู่หรือไม่  หรือมันไม่เคยเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลงจาก Newton PDA ไปเป็น iPad ไปจนถึง iPhone – ทั้งหมดเป็นเรื่อง Speed และ [...]

กลยุทธ์การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิตอลเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำธุรกิจ

ในที่สุดก็มาถึงเวลาที่องค์กรจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยากเป็นอะไร ระหว่างการผลักดันยอดขายโดยปรับแผนการตลาด การโฆษณาประชาสัมพันธ์ และการเลือกเทคโนโลยี หรือจะ outsource โดยมีเป้าที่จะขาย (หรือมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็น) Commodity! นักพัฒนาระบบหรือหรือคนเขียนโปรแกรมในบริษัทที่เกือบจะโดน outsource ไปแล้วโดยสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงเทคนิคการตลาดที่ทำให้ดูดีเวลาออกสื่อ แต่นั่นกลับไม่ได้เป็นความสามารถพิเศษที่จะผลักดันให้เกิดสินค้าดิจิตอลได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด เมื่อเราคิดถึงกลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจ เราจะพบคำถามใหม่ว่า: แนวทางเข้าสู่ยุคดิจิตอลและเทคโนโลยีคืออะไร?  คำตอบของคำถามนี้จะนำไปสู่กรอบการทำงานของทั้งองค์กร คุณต้องเลือกกรงที่คุณชอบ! เมื่อได้เลือกแนวทางและลงทุนไปกับมันแล้ว การจะเปลี่ยนใจไปอีกทางจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมากทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ผมเคยเห็นองค์กรทั้งเล็กและใหญ่ที่พยายามเปลี่ยนรูปแบบสำคัญในการทำธุรกิจและต้องประสบกับภาวะล้มละลายมาแล้วทั้งในสหรัฐอเมริกา ไทย และสิงคโปร์ เราอยากมีความสามารถในการแข่งขันในระดับไหน เราอยากจะแตกต่างขนาดไหน ต้องลงทุนมากแค่ไหน แล้วมันจะคุ้มหรือ เราพร้อมที่จะทุ่มกำลัง หรือปรับเปลี่ยนมากแค่ไหน สำหรับธุรกิจของเรา การใช้สินค้าโภคภัณฑ์คืออะไร   รูปแบบธุรกิจ และความสามารถขององค์กรที่จะเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือก  ไม่ว่าจะบริษัทแบบเดิม ๆ  หรือบริษัทตั้งใหม่ต่างก็ต้องเผชิญกับทางเลือกในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งมักจะเป็นตอนที่ต้องเลือกเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการในระยะสั้น ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากเมื่อถูกกดดันจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป  คณะกรรมการบริษัทมักต้องเลือกแนวทางการใช้เทคโนโลยีโดยอิงอยู่กับรูปแบบการทำธุรกิจเดิม ตามแผนภาพด้านบน การจะเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีจากแบบหนึ่งไปอีกแบบหนึ่งเป็นเรื่องเสียเวลามาก อาจจะหลาย ๆ ปี และจะมีผลกระทบไปถึงทักษะของคนทำงาน บุคคลากร กระบวนการทำงาน และค่าใช้จ่ายที่จะตามมา เราอยากจะมีระบบดิจิตอลแบบไหนระหว่างแบบที่เหมือน ๆ กับคนอื่น แบบที่คนอื่นก็ซื้อได้เหมือนกัน  [...]

กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอล

ผมมีโอกาสจะไปคุยกับเพื่อนที่เป็น CIO และ COO (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายข้อมูล และประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ) ของบริษัทไทยแห่งหนึ่ง ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงองค์กรโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดัน  จึงทำร่างเพื่อหารือแนวทางการทำงานของทีมที่ดูแลเรื่องสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการดำเนินการ สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture: EA) กำลังเข้ามาเป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจและเทคโนโลยี และเป็นแนวในการปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจของหลายองค์กร  ซึ่งหน้าที่หลักก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละองค์กร  สถาปนิก ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาจะต้องเข้าใจกระบวนการทำงานขององค์กรเสียก่อน แล้วจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ผลตามที่คาดหวัง  ซึ่งควรจะตระหนักไว้เสมอว่า เป้าหมายหลักจะต้องอยู่ที่ผลงาน ไม่ใช่เพียงการสร้างตัวแบบสวยๆ ตามหลักวิชาการ  เมื่อเป็นเช่นนั้น หน่วยงานที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ก็ควรจะต้องมีการจัดการในแนวทางเดียวกันกับเป้าหมายขององค์กร  ทั้งในแง่ของความมีประสิทธิภาพ ความสามารถในการเพิ่มรายได้ ความคล่องแคล่วว่องไว การมุ่งเน้นที่คุณภาพ เป็นต้น  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นกรอบให้กับการจัดการเรื่องอื่นๆ มิติในการขับเคลื่อน  มิติของการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตามบริบทในธุรกิจนั้นๆ  ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์โดยตัวมันเอง  และยังรวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญ และการกำหนดคุณสมบัติของกลยุทธ์หลักๆ  ที่จะต้องจัดโครงสร้างองค์กรเข้ารองรับ ตัวอย่างเช่น ถ้าจะกำหนดกลยุทธ์เป็นการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจอุปโภคบริโภค คุณสมบัติที่ต้องมีคือ ความเร็วในการติดตั้งสินค้า  ส่วนงานเทคโนโลยี ก็จะต้องพิจารณาเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง และไม่จำกัดตัวอยู่กับการจัดส่งสินค้าไปตามลำดับ แต่จะต้องหาทางที่เร็วขึ้น  ต้องจัดหาสินค้าที่คุณภาพดีขึ้นมากกว่าการจำกัดอยู่แต่การขายสินค้าโภคภัณฑ์ จากผู้ค้ารายเดิมๆ  และถึงจะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ก็ไม่เป็นเรื่องที่ต้องห่วง แต่ควรจะให้ความสำคัญต่อการจัดส่งอย่างมีคุณภาพ  [...]