ย้อนไปดูพาดหัวข่าวการพบปะกันของ Jack Ma และ Donald Trump แล้ว เห็นว่าไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงซักเท่าไร มาดูกันว่า Jak Ma คิดและรู้สึกอย่างไรกับ Donald Trump อะไรที่เขามองว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องบ้างสำหรับการค้าโลก

แจ็ค หม่า แนะว่าองค์กรหลายแห่งในสหรัฐฯ สร้างรายได้อย่างมาก หลังจากที่มีการ Outsourcing เกิดขึ้น รวมกันแล้วรายได้นี้ มากกว่ารายได้องค์กรอันดับต้นๆ ของจีนรวมกันเสียอีก อย่างไรก็ตามการให้งบประมาณนั้นเป็นไปอย่างผิดวิธี  เช่น สงครามต่างๆ ใช้เงินจำนวน 14.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ, นักลงทุนที่เข้าไปลงทุนใน Wall Street ทำให้ GFC ถอนการลงทุนเป็นหลัก XX หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงการจ้างงานที่หายไปอีกประมาณ 30 ล้านคน กลยุทธ์นี้ผิดและจำเป็นต้องมีการทบทวนใหม่

นอกจากนี้เขายังรู้สึกว่า WTO โฟกัสไปที่องค์กรและประเทศใหญ่ๆ และเขากลับสนับสนุนองค์กรอย่าง EWTP องค์กรที่ต้องการสร้างการค้าเสรีดิจิตอล และสนับสนุนบริษัทเล็กๆ

แจ็ค หม่าคิดว่า Globalization เป็นเรื่องดีและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็มองเรื่องนี้ในทิศทางเดียวกัน  แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่า เรื่องนี้จะต้อง inclusive มากขึ้น และพาทุกองค์กรเข้ามาเข้ามาทำงานร่วมกันให้ได้

เขายังเปรียบเทียบ Business Model ของ Amazon.com และ Alibaba ซึ่งผมคิดว่าเป็นการตอบคำถามที่ดี ที่บอกว่า Business Model สามารถมีได้หลายแบบ ไม่ใช่แบบเดียวเท่านั้น ซึ่งนั้นคงน่าเศร้าทีเดียว Amazon ครอบครอง Platform การจำหน่ายสินค้าชนิดเรียกได้ว่าครอบจักรวาล ส่วน Alibaba ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ช่วยเหลือคู่ค้าต่างๆ ด้วยเทคโนโลยี และหลักการความรู้ โดยแจ็ค หม่า นั้นรู้สึกว่าพาร์ทเนอร์ธุรกิจ ไม่ใช่แค่ เหล่า SME ที่นำสินค้ามาขาย แต่รวมไปถึงตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ด้วย

คนมักจะติกันว่าการสั่งสินค้าจากจีนนั้นใช้เวลาหนึ่งวัน เทียบกับ Amazon ใช้เวลาส่งเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่เค้ามองว่าจากเดิมที่ Alibaba เคยใช้เวลาส่งสินค้า 8 วัน แล้วเขยิบมาเป็น 1 วันถือว่าดีแล้ว และการพัฒนานี้ก็ไม่หน้าจะหยุดแต่เพียงเท่านี้

ผมชอบการตอบคำถามและวิธีคิดของ แจ็ค หม่า มันมีความลงตัว มองมุมบวก และเขามักปรับความคิดเห็นบนพื้นฐานของสิ่งที่เขาเห็นและเรียนรู้มาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนี้คือการเรียนรู้ที่ดีทีเดียว 

https://www.youtube.com/watch?v=lpgYym4L4Cw&feature=youtu.be